ธปท.หนุนใช้สกุลเงินท้องถิ่นต่างประเทศ ค้าขายกับต่างชาติ เลี่ยงเงินบาทผันผวน
ธนาคารแห่งประเทศไทย สนับสนุนผู้ประกอบการใช้สกุลเงินต่างประเทศทำการค้ากับต่างชาติ เลี่ยงค่าเงินบาทผันผวน ผ่อนเกณฑ์โอนเงินออกนอกประเทศ และอนุญาตธุรกิจชำระเงินระหว่างประเทศของต่างชาติสามารถร่วมโครงการ NRQC
ตลาดการเงินโลกช่วงที่ผ่านมามีความผันผวนสูง จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางประเทศหลัก เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ แนวโน้มเศรษฐกิจโลก และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจากภาคการท่องเที่ยว และทางการเมืองของไทย เป็นปัจจัยเสริมให้เงินบาทมีความผันผวนเพิ่มขึ้นบางช่วงเวลา
โดยแม้ค่าเงินบาทจะผันหวนลดลงแล้วจากช่วงต้นปี 66 แต่ยังต้องติดตามแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อโลก รวมทั้งการดำเนินนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักและจีน ที่อาจส่งผลให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนขึ้นในระยะต่อไป
ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงผลักดันให้ผู้ประกอบการให้ความสำคัญการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน นักลงทุนมีทางเลือกในการลงทุนเพิ่มขึ้นเพื่อกระจายความเสี่ยง เพิ่มความสะดวกและลดต้นทุนการทำธุรกรรมอัตราแลกเปลี่ยนของผู้เล่นในตลาด เช่น ผ่อนเกณฑ์ให้ทำธุรกรรมในบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศได้เสรี โอนเงินออกนอกประเทศและทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนได้คล่องตัวขึ้น รวมถึงนำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศได้เสรีขึ้น
สำหรับในปี 2566 ธปท. มีแผนงานเพิ่มเติม คือ
1.สนับสนุนการใช้เงินสกุลท้องถิ่นในการค้าขายระหว่างประเทศ ปัจจุบันการค้าระหว่างไทยกับประเทศในภูมิภาคมีสัดส่วนที่สูง โดยเฉพาะจีนและญี่ปุ่น ขณะที่ทิศทางเงินสกุลท้องถิ่นและเงินบาทมักเคลื่อนไหวในทางเดียวกัน ธปท. จึงสนับสนุนการใช้เงินสกุลท้องถิ่น เช่น สกุลเงินหยวน สกุลเงินเยน สกุลเงินมาเลเซียริงกิต และสกุลเงินอินโดนีเซียรูเปีย ให้เป็นอีกทางเลือกในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
โดยแผนงานถัดไปของ ธปท. จะครอบคลุมถึงการร่วมมือกับธนาคารกลางในภูมิภาคผ่อนคลายหลักเกณฑ์เพิ่มเติม และการร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ เพื่อหาแนวทางอำนวยความสะดวกและลดต้นทุนในการทำธุรกรรม รวมถึงส่งเสริมความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย สนับสนุนผู้ประกอบการใช้สกุลเงินต่างประเทศทำการค้ากับต่างชาติ เลี่ยงค่าเงินบาทผันผวนจากภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น และผ่อนเกณฑ์โอนเงินออกนอกประเทศ พร้อมเพิ่มความคล่องตัวบริษัทต่างชาติทำธุรกรรมกับสถาบันการเงินไทย
2.ผ่อนเกณฑ์โอนเงินออกนอกประเทศให้คล่องตัวขึ้น ได้แก่
- ขยายวงเงินเพื่อวัตถุประสงค์ให้เปล่าจาก 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
- อนุญาตให้บริษัทไทยโอนเงินไปให้บริษัทแม่ในต่างประเทศ เพื่อช่วยบริหารจัดการสภาพคล่อง (Notional Pooling)
- ขยายวงเงินลงทุนหลักทรัพย์ต่างประเทศของนักลงทุนรายย่อยไม่ผ่านตัวแทนจาก 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
อนุญาตบริษัทต่างชาติทำธุรกิจชำระเงินระหว่างประเทศเข้าร่วมโครงการ NRQC
3.เพิ่มความคล่องตัวให้บริษัทและนักลงทุนต่างชาติ ได้แก่
- ขยายขอบเขตโครงการ Non-Resident Qualified Company (NRQC) ให้บริษัทต่างชาติที่ทำธุรกิจชำระเงินระหว่างประเทศเข้าร่วมโครงการได้ โดยโครงการ NRQC มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริษัทต่างชาติทำธุรกรรมกับสถาบันการเงินไทยได้คล่องตัวขึ้น อีกทั้งปรับขั้นตอนการสมัคร NRQC ให้สะดวกขึ้น
- ให้นักลงทุนต่างชาติที่ลงทุนในหลักทรัพย์ไทยป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนกับสถาบันการเงินไทยได้โดยตรง จากเดิมที่ต้องทำธุรกรรมผ่านตัวกลางที่เป็นสถาบันการเงินในต่างประเทศเท่านั้น
การดำเนินงานดังกล่าวจะช่วยให้ภาคเอกชนสามารถทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศและบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้สะดวกยิ่งขึ้น ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง ทั้งนี้ การผลักดัน FX ecosystem เป็นนโยบายระยะยาวที่ต้องดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการมีภูมิคุ้มกันป้องกันผลกระทบจากค่าเงินได้ดียิ่งขึ้น ภายใต้ภาวะตลาดการเงินที่มีความผันผวนสูงและคาดเดาได้ยาก
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB